ประสบการณ์ครั้งแรกที่ออกเดินทางคนเดียวในชีวิต...

 

การเดินทางครั้งนี้จุดมุ่งหมายไม่เชิงว่าเป็นสถานที่  แต่มันเป็นการเดินทางเข้าไปสู่จิตใจตัวเอง

ฉันเปิดใจยอมรับในความโง่และอ่อนแอของตัวเองเพื่อที่จะพัฒนาจิตใจไปให้ถูกทาง 

ดีใจที่กล้าพาตัวเองออกมา (หรือเรียกว่าเข้าไปดีหล่ะ) ขอบพระคุณป๋ากับแม่ที่สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้

 

19/01/2556

 

ฉันมาถึงที่นี่ตั้งแต่ 8 โมงเช้า  กระเป๋าตังค์และโทรศัพท์มือถือถูกยึดในตอนลงทะเบียนและรับกุญแจห้อง

รู้สึกว่า...เวลาผ่านไปกระดึ๊บๆ เท่าแรงหอยทาก ระหว่างนั้นก็กวาดลานรอบหอพักเพื่อฆ่าเวลาไป 

และคิดว่านี่ฉันเข้ามาอยู่ในที่ที่อยากมาจริงๆเหรอเนี่ย ทำไมก้าวขาไม่ค่อยออกเลย

 

คุณป้าพาร์ทเนอร์ร่วมงานกวาด ถามว่า "ลูกว่าที่นี่น่ากลัวมั้ย" ฉันตอบเพื่อปลอบป้าและปลอบตัวเอง

"ไม่หรอก...เงียบดี เค้าคงอยากให้อยู่กับตัวเอง" จริงๆก็แอบงง แอบกลัว และรู้สึกเหงาๆต่อสถานที่แห่งนี้

มันดูว่างมาก  และด้วยจำนวนคนที่มาในเวลานั้นนับหัวได้ไม่เกิน 30 หัว

 

สถานที่ที่ป้าถามว่าน่ากลัวมั้ย เพราะมันไม่มีอะไรเลยจริงๆ ฉันแอบไปสำรวจโลกกับเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก

สถานที่โล่งๆ แซมด้วยตันไม้โปร่งๆ ลาดด้วยพื้นทรายและพื้นหญ้าเป็นหย่อมๆ มีศาลาปูน 3-4 ศาลา

มีแอ่งน้ำใหญ่ๆ ส่วนด้านหลังมีบ่อน้ำพุร้อนซ่อนอยู่ให้ไปตีโป่งเล่นได้เพลินๆ 

 

ส่วนหอพักเห็นจะเป็นภาพติดตามากที่สุด ห้องปูนแบบหยาบๆแค่ๆ ขนาดประมาณ

1.5ม.x3ม. มีหน้าต่าง1ช่อง ไม่มีมุ้งลวด เฟอร์นิเจอร์คือเตียงไม้กระดาน เสื่อ และหมอนไม้ แถมเครื่องนอนคือมุ้งขาดๆ และผ้าห่ม

ในห้องติดไฟแบบหลอดไส้ 1ดวง และตะเกียง...ฉันนับหนึ่ง สอง สาม และบอกตัวเองว่าต้องอยู่ที่นี่ให้ได้ครบ 8 คืน

ไหนๆ ก็อยากมาเองนี่นา

 

เสียงระฆังบอกเวลาอาหารกลางวัน ด้วยความหิว ฉันเหมือนหมาน้อยวิ่งคอเอียง ลิ้นห้อยไปตักอาหารทันที

อืมมเห็นคนมาสมัครเยอะขึ้นอีกเท่าตัว อยากน้อยก็ใจชื้นขึ้น  มีเพื่อนร่วมชะตากรรมด้วยกันพอประมาณ

 

พอรู้ว่าวันนี้จะไม่ได้กินข้าวเย็นจึงจัดอาหารไปฟูลออปชั่น ข้าว ขนม ผลไม้ กินเยอะจนเหือก!!จุกมาก

ตอนนั้นแรงโน้มถ่วงของโลกดึงหนังตาให้คล้อยจะปิดแล้ว  คงต้องทำอะไรสักอย่างละ คร๊อก!!

 

ระเบียบการเป็นอยู่ของที่นี่มีหลัก 3 ประการคือ

1. เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูง

2. เป็นอยู่อย่างง่าย กระทำสิ่งที่ทำยาก

3.ใกล้ชิดธรรมชาติ เพื่อศึกษาและรอบรู้ธรรมชาติ

 

ถึงเวลาอาบน้ำในห้องน้ำรวม  เป็นหญิงไทยแท้จริงแสนลำบาก นุ่งผ้าถุงอาบน้ำแบบเวรี่ไทยมันไม่สะดวกเหมือนตอน

อาบรวมที่ญี่ปุ่น เหือก!นี่ฉันซึมซับเรื่องนี้มาโดยไม่รู้ตัวเหรอเนี่ย...ปรับโหมดเป็นหญิงไทยด่วน!!

 

หลังจากนั้นไม่นานระฆังเคาะเรียกให้ไปรวมที่ศาลาทรายเพื่อออเรียนเทชั่น  อากาศดีจนแอบเคลิ้มหลับ  ดีที่มียุงมาปลุก

เป็นระยะๆ จึงมีสติตื่นมาฟังหลวงพ่อพูดบ้าง  จากนั้นก็เป็นกิจกรรมเยี่ยมชมสถานที่ ที่ก่อนหน้านี้ฉันแอบไปมาหมดแล้ว

ตอนเย็นเป็นกิจกรรมดื่มโอวันตินแสนอร่อย ปล.อยู่ที่นี่ถูกงดเรื่องการพูด เพราะฉะนั้นการขยับปากคือการกินเท่านั้น

แต่ก็โอเคนะ อาหารอร่อยก็มีความสุขแล้ว

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะ

#2 By MoTo Psy on 2013-06-19 13:01

เขียนสนุกดีนะ ชอบๆ เราก็เคยไป จำได้ว่าวันแรกกินไรไม่ลงเลย ตรงกันข้ามกับเธอ555 จนจะวันสุดท้ายก็กินไรไม่ลงเท่าไหร่ ชอบที่เค้าห้ามพูดนี่แหละ แต่ก็มีคนมาชวนคุนเฉยเลย